Tag: อวกาศ

ดาวเคราะห์ซีรีส อดีตดาวเคราะห์น้อยดวงใหญ่ที่สุด featured image

ดาวเคราะห์ซีรีส อดีตดาวเคราะห์น้อยดวงใหญ่ที่สุด

ดาวเคราะห์ซีรีส หรือ ดาวซีรีส เป็นดาวเคราะห์แคระที่ถูกเปลี่ยนประเภทจากดาวเคราะห์น้อยต่างเดิม ดาวเคราะห์ซีรีส ถูกค้นพบโดย จูเซปเป ปีอาซซี นักดาราศาสตร์ชาวอิตาลี ที่ค้นพบดาวดวงนี้เมื่อปี ค.ศ. 1801 ซึ่งเป็นดาวเคราะห์น้อยดวงแรกที่ถูกค้นพบในแถบดาวเคราะห์น้อย ดาวเคราะห์ซีรีสก่อนจะถูกเปลี่ยนประเภทใหม่นั้น จัดว่าเป็นดาวเคราะห์น้อยที่ใหญ่ที่สุด โดยมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 950 กิโลเมตร ต่อมาถูกเปลี่ยนประเภทมาเป็นดาวเคราะห์แคระ เนื่องจากรูปทรงของมันที่เกือบเป็นทรงกลม และมีส่วนประกอบอื่นเช่น น้ำแข็ง, คาร์บอเนต, ดินเหนียว, แมนเทิลที่เป็นน้ำแข็ง ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่ดาวเคราะห์น้อยดวงอื่นๆไม่มี โดยยานที่สำรวจดาวซีรีสคือ ยาวอวกาศดวอ์น ที่ส่งขึ้นไปสำรวจดาวซีรีส และดาวเคราะห์น้อยเวสตา ซึ่งซีรีสนั้นจัดว่าเป็นดาวเคราะห์ที่ไม่มีแสงสว่างในตัวเอง ซึ่งแสงสว่างจากดวงอาทิตย์เท่านั้นแต่ทว่าแสงสว่างนั้นยังไม่สามารถมองเห็นได้ ด้วยตาเปล่า ซึ่งยานสำรวจต้องบินใกล้ในระยะ 13,000 กิโลเมตร จึงจะมองเห็น ดาวเคราะห์ซีรีส แต่เดิมดาวเคราะห์ซีรีสถูกเข้าใจผิดว่าเป็นดาวหาง จากการที่ จูเซปเป ปีอาซซี กำลังค้นหาดาวฤกษ์โดยเขาได้สังเกตเห็นซีรีสกำลังเคลื่อนที่ซึ่งเขามองว่ามันอาจเป็นดาวฤกษ์หรือดาวหาง ต่อมาได้มีการศึกษาซีรีสอีกครั้งและพบว่ามันไม่ใช่ดาวหางแต่เป็นดาวเคราะห์น้อย เนื่องจากมันโคจรในแถบดาวเคราะห์น้อย ในปี 2006 ได้มีการจัดประเภทดาวเคราะห์ใหม่คือ ดาวเคราะห์แคระ ซึ่งซีรีสถูกพิจารณาใหม่อีกครั้งว่าเป็นดาวเคราะห์แคระ เนื่องจากองค์ประกอบของมันแตกต่างจากดาวเคราะห์ น้อยดวงอื่นๆ นอกจากซีรีสแล้วยังมีดาวพูลโตที่ถูกจัดประเภทใหม่ให้เป็นดาวเคราะห์แคระ เนื่องจากสถานะของมันมีความเล็กกว่าดวงจันทร์ของโลกเสียอีก ปัจจุบันมีดาวเคราะห์แคระในระบบสุริยะที่ค้นพบแล้วทั้งสิ้น […]

Read More
ดาวเคราะห์น้อย วัตถุที่หลงเหลือจากการก่อกำเนิด featured image

ดาวเคราะห์น้อย วัตถุที่หลงเหลือจากการก่อกำเนิด

ดาวเคราะห์น้อย หรือ Asteroid เป็นชื่อเรียกส่วนหนึ่งของวัตถุในระบบสุริยะซึ่งมีขนาดและรูปทรงไม่แน่นอน ดาวเคราะห์น้อย เป็นวัตถุที่หลงเหลือจากการกำเนิดระบบ สุริยะ ซึ่งเป็นเศษก้อนหินที่เหลือจากการชนนับล้านชิ้น ดาวเคราะห์น้อยโคจรเป็นระเบียบระหว่าง ดาวอังคารและดาวพฤหัสบดี ดาวเคราะห์น้อยแต่ละดวงมีขนาดที่แตกต่างกันตั้งแต่ขนาดไม่กี่กิโลเมตร จนถึง หลายร้อนกิโลเมตร ซึ่งดาวเคราะห์น้อยจำนวนหลายล้านดวงโคจรโดยรอบซึ่งเรียกว่า แถบดาวเคราะห์น้อย ซึ่งถูกค้นพบในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 โดยดาวเคราะห์น้อยดวงแรกที่ถูกค้นพบชื่อว่า ซีรีส ซึ่งเป็นดวงที่ใหญ่ที่สุด ต่อมาได้ถูกเปลี่ยนประเภทจากดาวเคราะห์น้อยเป็นดาวเคราะห์แคระ ดาวเคราะห์น้อย ดาวเคราะห์น้อยส่วนใหญ่โคจรเป็นระเบียบในแถบดาวเคราะห์น้อย และมีกระจายเป็นกลุ่มๆรอบระบบสุริยะบางครั้งโคจรเป็นก้อนเดียวเรียกว่า อุกกาบาต นอกจากโคจรรอบดวงอาทิตย์แล้ว ดาวเคราะห์น้อยบางดวงยังถูกดาวอื่นๆดึงไปเป็นบริวารเช่น ดวงจันทร์ของดาวอังคารที่ถูกดึงเป็นบริวารจำนวน 2 ดวง ในอดีตมีความเชื่อว่า ดาวเคราะห์น้อยและดาวหางคือประเภทเดียวกัน แต่ดาวหางมีโคม่าและฝุ่นผง แสงสว่างเมื่อเดินทางใกล้ดวงอาทิตย์ แต่ดาวเคราะห์น้อยไม่มีโคม่าและแสงสว่าง นอกจากนี้แล้วดาวเคราะห์น้อยยังกระจายถูกระหว่างดาวเนปจูน ในอดีตมีการสันนิฐานว่าโลกเคยถูกดาวเคราะห์น้อยและ ดาวหางพุ่งชนนับครั้งไม่ถ้วนมาแล้ว ปัจจุบันมีการเฝ้าสังเกตการณ์ดาวเคราะห์น้อยบางดวงที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ ซึ่งบางดวงต่างก็เคยเฉียดเข้าใกล้โลกมาแล้วหลายครั้ง และมีการค้นพบดาวเคราะห์น้อยดวงใหม่มากมาย  

Read More
ดาวอังคาร ดาวเคราะห์สีแดงที่มีลึกลับน่าค้นหา featured image

ดาวอังคาร ดาวเคราะห์สีแดงที่มีลึกลับน่าค้นหา

ดาวอังคาร เป็นดาวเคราะห์หินลำดับที่ 4 ของระบบสุริยะห่างจากดวงอาทิตย์ระหว่าง 204 – 242 ล้านกิโลเมตร และอยู่ห่างจากโลกประมาณ 145 ล้านกิโลเมตร ดาวอังคารยังเป็นที่รู้จักอีกชื่อว่า ดาวแดง เนื่องจากภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยทะเลทรายและหินสีแดง ซึ่งภูมิประเทศบนดาวอังคารนั้นมีลักษณะคล้ายกับโลกอย่างมาก แม้ว่าดาวอังคารจะเล็กกว่าโลกเท่าหนึ่ง ซึ่งนักวิทยาศาสตร์พยายามหาคำตอบว่าในสมัยอดีตดาวอังคารมีสิ่งมีชีวิตหรือไม่ รวมถึงหาสาเหตุถึงการก่อเกิดภูมิประเทศบนดาวอังคาร ทั้ง ภูเขา, หน้าผา, ขั้วโลกซึ่งเป็นน้ำแข็ง นอกจากนี้ยังมีการค้นพบร่องผาที่คาดว่าจะเป็นร่องของแม่น้ำ ซึ่งรวมไปถึงก้อนหิน หน้าผา ภูเขา และลักษณะภูมิประเภทอื่นๆบนดาวอังคารที่มีลักษณะคล้ายกับหน้าผาหินบนโลกมาก แต่ดาวอังคารมีความหนาแน่นน้อยกว่าโลกและแรงโน้มถ่วงน้อยกว่าโลก ดาวอังคาร มีความเชื่อว่าในอดีตหลายล้านปีก่อนดาวอังคารอาจมีชั้นบรรยากาศ แต่ชั้นบรรยากาศที่บางเบากว่าโลกอาจส่งผลให้บรรยากาศถูกสนามแม่เหล็กจากดวงอาทิตย์ทำลาย รวมไปถึงยังมีทฤษฎีที่นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าเปลือกโลกบนดาวอังคารถูกทำลายจากการสลับขั้วแม่เหล็กบนดาวอังคารมาแล้ว มีการสำรวจดาวอังคารหลายครั้งโดยยานอวกาศที่เดินทางไปยังดาวอังคารและมีการถ่ายภาพ และการสแกนด้วยเรดาห์ต่างๆ ส่งกลับมายังโลกเพื่อค้นหาว่าดาวอังคารเคยมีน้ำหรือไม่ ซึ่งในปี 2004 ยานออปพอร์ทูนิตี ตรวจพบแร่จาโรไซต์ซึ่งก่อตัวขึ้นเฉพาะเมื่อมีน้ำในสภาพเป็นกรดซึ่งเป็นข้อ พิสูจน์ว่าดาวอังคารเคยมีน้ำมาก่อน รวมไปถึงหลักฐานน้ำแข็งที่บริเวณขั้วโลกของดาว โดยขั้วของดาวอังคารนั้นเป็นน้ำแข็งแห้งที่ประกอบด้วย CO2 ภูมิประเทศบนดาว อังคารส่วนใหญ่มีลักษณะที่ราบกว้าง และมีหลุมอุกกาบาต รวมถึงมีหน้าผาที่ทอดยาวและมีภูเขาไฟขนาดใหญ่ 3 ลูกบนดาว หนึ่งในนั้นคือ ภูเขาไฟโอลิมปัสมอส ซึ่งเป็นภูเขาไฟที่ใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะ ซึ่งภูเขาไฟทั้งหมดดับสนิทแล้ว

Read More
ดาวศุกร์ ดาวเคราะห์ที่ร้อนที่สุดในระบบสุริยะ featured image

ดาวศุกร์ ดาวเคราะห์ที่ร้อนที่สุดในระบบสุริยะ

ดาวศุกร์ หรือ Venus เป็นดาวเคราะห์ลำดับที่ 2 ถัดจากดาวพุธในระบบสุริยะอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ประมาณ 107 ล้านกิโลเมตร ดาวศุกร์ ห่างจากโลกประมาณ 40 – 45 ล้านกิโลเมตร ดาวศุกร์มีเส้นผ่านศูนย์ใกล้เคียงกับโลกโดยมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 12,103 กิโลเมตร ทำให้ถูกจัดว่าเป็นดาวเคราะห์แฝดของโลก ดาวศุกร์เป็นดาวเคราะห์ที่ สุกสว่างมากและสามารถมองเห็นจุดสีส้มเล็กได้จากโลกทางทิศตะวันตก และ ตะวันออกในช่วงเช้ามืด ดาวศุกร์มีชื่ออีกชื่อว่า Venus ซึ่งเป็นชื่อที่ตั้งตามเทพเจ้าของ โรมัน ซึ่งชาวบาบิโลนใช้ดาวศุกร์แทนช่วงเวลามานานกว่า 1,600 ปีก่อนคริสตกาลแล้ว ดาวศุกร์ ดาวศุกร์เป็นดาวเคราะห์หินที่จัดว่าร้อนที่สุดในระบบสุริยะ มีชั้นบรรยากาศที่หนาแน่นประกอบด้วย ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 97% ไนโตรเจน 3.5% ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และเมฆที่หนาทึบที่ปกคลุมพื้นผิวดาว ทำให้ได้รับความร้อนจากดวงอาทิตย์และสะสมความร้อนภายในผิวดาวโดยที่ไม่สามารถระบายความร้อนออกได้ ซึ่งอุณหภูมิผิว ดาวถูกที่ 500 องศาเซลเซียส ซึ่งตรวจด้วยคลื่นเรดาร์พบว่าผิวดาวเต็มไปด้วยหลุมบ่อ, ลาวา และหินสีส้มร้อน ดาวศุกร์ใช้เวลาหมุนรอบตัวเอง 1 วันเท่ากับ 117 วันบนโลก และโคจรรอบดวงอาทิตย์ 1 รอบใช้เวลา 225 […]

Read More
ดวงอาทิตย์ ศูนย์กลางของระบบสุริยะที่มีความสำคัญ featured image

ดวงอาทิตย์ ศูนย์กลางของระบบสุริยะที่มีความสำคัญ

ดวงอาทิตย์ (Sun) เป็นดาวประเภทดาวฤกษ์ซึ่งเป็นศูนย์กลางของระบบสุริยะ ดวงอาทิตย์  เป็นดาวฤกษ์ที่มีดาวเคราะห์, ดาวเคราะห์แคระ, ดาวเคราะห์น้อย, ดาวหาง โคจรรอบดวงอาทิตย์ทั้งสิ้น ดวงอาทิตย์จัดว่ามีความสำคัญต่อดวงดาวในระบบสุริยะรวมถึงมีความสำคัญต่อโลกอย่างมาก ดวงอาทิตย์ถือกำเนิดขึ้นเมื่อประมาณ 5,000 ล้านปีก่อน ซึ่งดวงอาทตย์ประกอบด้วยไฮโดรเจน,ฮีเรียม และธาตุอื่นๆ สันนิฐานว่าเป็นดาวที่ไม่มีหินแข็ง โดยผิวของดวงอาทิตย์คือสสารที่มีความร้อนสูงมากคาดว่าพื้น ผิวมีความร้อนราว 5,700 เคลวิน หรือ 5,500 องศาเซลเซียส หรือ 9,940 องศาฟาเรนไฮ หากมองจากโลกดวงอาทิตย์จะมีสีขาว ดวงอาทิตย์นับว่ามีความส่องสว่างมาก และมีความร้อนสูง โดยความร้อนจากดวงอาทิตย์นั้นเมื่อมาถึงโลกจะมีความร้อนราว 40 องศา ในเขตร้อน และแสงจากดวงอาทิตย์เดินทางมาถึงโลกประมาณ 8.5 นาที ดวงอาทิตย์ ดวงอาทิตย์เป็นดาวฤกษ์เดียวในระบบสุริยะซึ่งมีขนาดใหญ่กว่า ดาวพฤหัสบดี ถึง 200,000 เท่า และใหญ่กว่าโลกถึง 1,300,000 เท่า มีการสันนิฐานว่าดวงอาทิตย์นั้น เป็นดาวฤกษ์ทั่วไปที่มีวันหมดอายุเช่นเดียวกับดาวฤกษ์ดวงอื่นๆในจักรวาล ซึ่งเมื่อหมดอายุดาวฤกษ์ดังกล่าวจะกลายเป็นดาวยักษ์แดงซึ่งจะขยายตัวขึ้นและยุบตัวลง กลายเป็นดาวเย็นตัวในที่สุด นักวิทยาศาสตร์สันนิฐานว่า ดวงอาทิตย์ จะหมดพลังงานราว 500 ล้านปีข้างหน้า ดวงอาทิตย์จัดว่าเป็นดาวที่มีความหนาแน่สูงมาก […]

Read More
อวกาศอันกว้างใหญ่ พรมแดนที่ไม่มีจุดสิ้นสุด featured image

อวกาศอันกว้างใหญ่ พรมแดนที่ไม่มีจุดสิ้นสุด

อวกาศอันกว้างใหญ่ เป็นชื่อเรียกของพื้นที่ว่างเปล่าบนท้องฟ้า ที่เต็มไปด้วยวัตถุ ดวงดาว กาแล็กซี่ ดาวเคราะห์ต่างๆ รวมถึงโลกด้วย อวกาศนั้นมีพื้นที่ที่ไม่มีแสงสว่างทำให้มีลักษณะมืดมิด ซึ่งเต็มไปด้วยดวงดาวนับล้านล้านล้านดวง และกาแล็กซี่ที่ไม่สามารถนับได้ อวกาศประกอบด้วยสูญญากาศแข็งและอนุภาคความหนาแน่นต่ำ รวมถึงประกอบด้วยพลาสมา ฮีเลียม รังสี สนามแม่เหล็ก ซึ่งการสังเกตการณ์ของนักดาราศาสตร์ระบุว่า อวกาศยังคงเป็นสสารมืดและพลังงานมืด พื้นที่ของอวกาศนั้นมีอุณหภูมิที่ยังไม่สามารถระบุได้ จากการสันนิฐานของนักดาราศาสตร์ระบุว่า อวกาศอาจมีอุณหภูมิที่ -200 ถึง -400 องศาเซลเซียส และไม่มีบรรยากาศ ไม่มีแรงโน้มถ่วง ซึ่งดวงดาวต่างๆ รวมถึงดาวเคราะห์ในระบบสุริยะนั้นลอยและหมุนรอบดวงอาทิตย์จากแรงโน้มถ่วงสูง อวกาศนั้นกว้างใหญ่มาก อวกาศอันกว้างใหญ่ จนไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่ามันกว้างใหญ่มากแค่ไหน และประกอบด้วยกาแล็กซี่ใดบ้าง ซึ่งระบบสุริยะของเรานั้นตั้งอยู่ในพื้นที่ของกาแล็กซี่ทางช้างเผือกซึ่ง เป็นส่วนหนึ่งของอวกาศที่กว้างใหญ่นี้ แล้วผ่านกาแล็กซี่ทางช้างเผือกออกไปนั้นก็ก็คือกาแล็กซี่ต่างๆ จำนวนมาก คาดว่าอาจมีนับล้านกาแล็กซี่ ลอยตัวอยู่ในอวกาศที่กว้างใหญ่นี้ ในอวกาศระหว่างดาราจักรก็เป็นที่มาของสสารแบริออนในอวกาศ ซึ่งสสารที่มีความเข้มข้นสูงและเป็นสสารเฉพาะถิ่นสสารนี้ เป็นการก่อกำเนิดดาวฤกษ์และดาราจักร  ดาวฤกษ์ที่มีความร้อนสูงตั้งแต่หลายพันองศาเซลเซียสจนถึงอุณหภูมิในโคโรนาที่อาจสูงถึงล้านเคลวิน ถึงกระนั้นแม้ว่านัก ดาราศาสตร์จะมีข้อมูลทางอวกาศและดวงดาวมากมายก็ตาม แต่ก็ไม่มากเมื่อเทียบข้อมูลของอวกาศที่กว้างใหญ่มากจนเราไม่รู้ว่ามันมีจุดสิ้นสุดที่ใด

Read More